เทศน์พระ

เคาะไม้

๓๑ พ.ค. ๒๕๖๙

เคาะไม้

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

เทศน์พระ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสำคัญอยู่แล้ว แต่หัวใจเราไม่สำคัญ ตัวเราเองไม่มีความสำคัญ

ถ้ามันมีความสำคัญนะ มันจะเข้าสู่วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือมันมีความสำคัญในการมีสติมีปัญญาในการฝึกหัดปฏิบัติ ในการกระตุ้น กระตุ้น กระตุ้นหัวใจของตนน่ะ ให้มันตื่นขึ้นมา

ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา พยายามจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา แล้วหลับใหลไปกับความซาตานในใจของตน ทั้งๆ ที่จะมาสู้กับมัน ทั้งๆ ที่จะมาสู้กับมันนะ ทั้งๆ ที่มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนาแล้วมันก็เป็นแค่เงา แค่เปลือกนอก ไม่มีสัจจะไม่มีความจริงในหัวใจของตน

ถ้ามันมีสัจจะมีความจริงในหัวใจของตน มันวางหมดนะ บริขาร ความยึดมั่นถือมั่น แต่ดูแลรักษาดั่งชีวิต เพราะอะไร เพราะบาตรคืออาหาร ฝากไว้กับการบิณฑบาตเลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง ไปด้วยอำนาจวาสนาของตน ไปด้วยอำนาจวาสนาของตน วาสนาของตนมีเท่าใดก็เป็นอย่างนั้น เพราะซื่อสัตย์กับศีลของตัว ซื่อสัตย์กับชีวิตนี้

ชีวิตนี้เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันทุกข์ยากขนาดไหน ยังจะไปซ้ำเติมมันอีกใช่ไหม ไปซ้ำเติมมันด้วยความพอใจของตัวไง ไปซ้ำเติมมันด้วยกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ทั้งๆ ที่ว่าบวชเป็นพระเป็นนักรบๆ รบกับใคร รบกับกิเลสในหัวใจของตน กับคนอื่นไม่เกี่ยว

กับคนอื่นน่ะ สังฆะ หมู่คณะ อยู่ด้วยกัน สิ่งที่เป็นบัดดี้ ดูลูกศิษย์หลวงปู่มั่นสิ หลวงปู่ขาวกับหลวงปู่แหวน หลวงปู่ฝั้นกับหลวงปู่อ่อน เขามีบัดดี้เป็นคู่ๆ นะ เพราะเขารักกัน เขาสละชีวิตแทนกันได้ เขาทำ เขาทำเพื่อใคร

เขาทำเพื่อหัวใจของตนเองทั้งนั้นน่ะ

เพราะว่าอะไร

เพราะบุญกุศลมันก็อยู่ที่หัวใจ บาปอกุศลมันก็เหยียบย่ำทำลายหัวใจ

แล้วเวลาเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา มาบวชเป็นพระๆ มันอยู่ที่อำนาจวาสนาบารมีของคน ถ้าอำนาจวาสนาบารมีของคนนะ เวลามันมืดบอด มันไปคว้าเอาแต่บาปแต่กรรมมาใส่หัวใจของตัว

แต่ถ้ามันมีสติมีปัญญานะ อดกลั้น อดทน ไม่ทำ ไม่สน ทั้งๆ ที่อยาก ใครจะไม่อยาก มีกิเลสทุกคนน่ะ ทั้งๆ ที่อยากแต่ไม่เอา กลัว พอแล้ว ทุกข์ยากพอแล้ว เอาแต่ความดีงามของตัว

ถ้ามีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ปลงอาบัติ สารภาพซะ สารภาพแล้วอย่าให้หน้าด้าน หน้าด้านหน้าทน สารภาพแต่ปาก แต่ใจมันด้าน

ใจให้มันอ่อนไหว ให้มันกระทบแล้วมีความรู้สึก เจ็บช้ำ เจ็บปวด ใครทำ ใครจะทำอะไรเราไม่ได้ มีแต่กิเลสในใจเราเท่านั้นที่ทำลายหัวใจของตัว

ใครทำได้ ติฉินนินทาน่ะ ถ้ามีสติมีปัญญา เข้ามาไม่ได้หรอก เขาจะปองร้ายๆ ปองร้ายถ้าไม่มีเวรมีกรรมต่อกัน ทำไม่สำเร็จ เป็นไปไม่ได้ ใครจะปองร้ายให้มันปองไป อยู่ในศีลในธรรมน่ะ

สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภคสมฺปทา ศีลคุ้มครอง ปฏิบัติธรรม ธรรมคุ้มครอง มันแคล้วคลาด ไม่ถึงตัวหรอก กลับ ย้อนกลับไปหาเขาเอง ไอ้ที่ว่าเก่งๆ ทั้งนั้นน่ะ ศรมันย้อนกลับไง ยิงปืน ตีเทนนิสเข้ากำแพง มันกระเด็นเข้าใส่ตัวทั้งนั้นน่ะ กรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม

เรามีอำนาจวาสนานะ วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันสำคัญพระพุทธศาสนา ให้หัวใจเราสำคัญขึ้นมา

เวลาข้าศึกเขาตีเกราะ เวลาเราอยู่กับครูบาอาจารย์ หลวงตามหาบัวท่านเคาะไม้ เวลาท่านเคาะนะ ป๊อกๆๆ เราก็วิ่งเลยนะ ไม่วิ่ง เสร็จ

เคาะไม้ เคาะให้รู้สึกตัว เคาะให้เรามีความพร้อม เคาะไม้ ป๊อกๆๆ ประชุมๆ พระนี้มานั่งเป็นตับเลย เทศน์

เคาะไม้ ตีเกราะ เคาะไม้เพื่อเตือนเรา

แต่ถ้าเรามีสติมีปัญญานะ เราเคาะใจเรา เราเคาะสติ เคาะสมาธิ เคาะปัญญาให้มันตื่นขึ้นมา ให้มันตื่นขึ้นมากับหัวใจดวงนี้ ถ้าหัวใจดวงนี้มันตื่นขึ้นมานะ มันยิ้มแย้มแจ่มใส

บุรุษอาชาไนย สัตว์อาชาไนยมันกินแต่ยอดหญ้า มันอยู่บนภูเขาสูง มันไม่แทะเล็มอาหารโดยสัตว์ทั่วไป กินน้ำ กินจากตาน้ำเลยล่ะ สัตว์อาชาไนย

นี่เหมือนกัน ถ้าหัวใจมันเป็นอาชาไนย ยิ้มแย้มแจ่มใส อะไรมาน่ะยิ้มๆ เลย ได้ทั้งนั้นน่ะ เพราะอะไร เพราะมันเป็นปัจจัยเครื่องอาศัย คำว่า เครื่องอาศัย” อาหารมื้อหนึ่งก็วันหนึ่งเพื่อดำรงชีวิตต่อเนื่องไป มันก็แค่ชั่วคราวๆๆ เท่านั้นน่ะ มันมีอะไรจริงจัง อิ่มบ้าง อดบ้าง สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เรื่องธรรมดา เห็นแล้วยิ้มๆ เลย ยิ้มๆ เลย ใครจะขี้ทุกข์ขี้ยาก

แต่ถ้าไปด้วยกันนะ เวลาธุดงค์ไปด้วยกัน แล้วมันผิดใจกันน่ะ โอ้โฮ! เจ็บปวดนะ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เพื่อนรัก เอ็งไม่คิดถึงกูเลยบ้างหรือวะ เอ็งทำอะไรเอ็งไม่คิดถึงกูบ้างเลยหรือ เพราะอะไร

เพราะธุดงค์ไปด้วยกันไง มันทุกข์มันยากมาด้วยกัน มีอะไรแบ่งปันกัน มีอะไรให้ โดยนิสัย เราธุดงค์มา ได้อะไรมา หมู่เอาไป หมู่เอาไป

ขาดแคลนมาก เทียนน่ะ เทียนจุดไฟ อยู่อีสานไง วันพระเขาก็ถวายเทียนห่อเล็กๆ นับแบ่งกัน นับแบ่งกันนะ แล้วมีความสุข มันไว้วางใจได้ไง ฝากชีวิตไว้ได้เลย ตายแทนกันได้เลย อะไรก็ได้ แลกได้ทั้งนั้น ถ้ามันเป็นธรรม

แต่ถ้าว่ามันเป็นกิเลสไง เฮ้ย! เอ็งไม่นึกถึงกูบ้างเลยหรือวะ ทั้งๆ ที่ไม่ต้องการ ไม่ต้องการต้องไปแบ่งปันกับใคร แต่มันคิดแล้วมันก็เสียใจ เฮ้ย! เอ็งไม่คิดถึงกูบ้างเลยหรือ เฮ้ย! มาด้วยกันนะมึง เฮ้ย! คิดถึงกูสักหน่อยก็ยังดีนะ

ธุดงค์มา เจอมาร้อยแปดพันเก้า สุดท้ายไปคนเดียวสบายที่สุด ไปคนเดียวนะ แล้วมันบารมีธรรมน่ะ มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ แล้วไม่มีดีกว่ามี ไม่มีน่ะดีที่สุดเลย ไม่มากวน แล้วสบายใจ มันดำรงชีวิตของเราได้

นี่พูดถึง เห็นไหม ถ้ามีศีลมีธรรม อะไรใครเข้ามาทำหัวใจเราไม่ได้หรอก

แต่ถ้าเป็นกิเลส ไม่ต้องให้ใครเข้ามาหรอก มันผุดขึ้นมาภายใน คิดเอง เออเอง สำเร็จเอง ถูกต้องชอบธรรมเองหมด คิดเอาเอง แล้วมันไม่เป็นธรรมหรอก มันเป็นธรรมมันต้องมีศีลมีธรรม

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาไง นี่ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดา ธรรมและวินัยเป็นศาสดา เราทำเพื่อศาสดา แต่หัวใจเราเป็นธรรม โอ้โฮ! แปลกมหัศจรรย์

นี่ไง ทางโลกไง ทำให้เขาๆ ทำเพื่อผู้อื่นทั้งนั้น ตัวเองไม่ได้อะไรเลย

ทำให้เขาๆ เราได้ทั้งนั้นน่ะ

ทำให้เขา ทำให้เขา ทำให้เขา ทำให้เขา เสร็จแล้วเขาก็จากเราไปหมดเลย แล้วเราก็ภาวนาสบาย

ทำให้เขา ทำให้เขา ทำให้เขา แล้วเขาได้สมปรารถนา เขาก็ไป เราก็อยู่สบายไง

นี่ไง ทำให้เขา ทำให้เขา ทำให้เขา แต่หัวใจเป็นธรรม

จะไปกวาดมาเป็นของตัวเองหมดน่ะ ทุกข์เจียนตาย เพราะอะไร เพราะมันไม่ใช่มาตั้งแต่ต้น คำว่า จะไปกวาดเอามาไง” มันของใครล่ะ แล้วกวาดมาเป็นของเราไหม สมมุติบัญญัติ ดูเงินสิ เวลามันเสื่อมค่า เวลามันเสื่อมค่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ลดหายไปหมดเลย

ไอ้นี่ก็เหมือนกัน กวาดต้อนมาเป็นของเราๆ ไม่มีหรอก ไม่มีอะไรเป็นของเราเลย เพราะมันเป็นสมบัติสาธารณะ มันเป็นสมบัติของโลก มันไม่ใช่เป็นนามธรรมที่เป็นสมบัติของใจ

ใจที่เป็นนามธรรมมันดีและชั่ว ความดีและความชั่ว เจตนาที่ดีและชั่ว นั่นแหละสมบัติของใจ เพราะอะไร เพราะมันเจ็บใจไง เพราะมันฝังใจไง มึงไม่คิดถึงกูบ้างเลยหรือวะ โอ้โฮ! ฝังใจ

เราคิดอย่างนั้นจริงๆ ไปกับเพื่อนเนี่ย เฮ้ย! เอ็งไม่คิดถึงกูบ้างเลยหรือวะ โอ้โฮ! เอาหมดเลย แล้วกูไม่ได้กินอะไรเลย

แต่ก็ผ่านมาหมดแล้ว เจอมาหมด

แต่เวลาครูบาอาจารย์ที่ดีงามนะ ท่านล็อกไว้ให้เลย เก็บซ่อนไว้ อย่างเช่นหลวงปู่มั่น เวลามีอะไรสิ่งใดมานะ ท่านเก็บไว้ก่อน “มหายังไม่มา ห้ามแบ่งนะ”

พอมหามา “มหา เลือกเอา”

พอไปถึงแล้วกลับมา หลวงปู่มั่นก็ถามพระ “มหาเอาอะไรบ้าง”

“ไม่เอาอะไรเลย”

นี่ไง เพราะทำเพื่อหมู่คณะ ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อสังคมทั้งนั้นน่ะ แต่ดูบารมีท่านสิ บารมีมหาศาล เพราะไม่มีบารมี ผลงานที่ท่านทำไว้เป็นไปไม่ได้

สิ่งที่เป็นไปได้เพราะบารมีธรรมของท่าน ท่านได้สร้างของท่านมามากมายมหาศาลกับไอ้ปัจจัยเครื่องอาศัย ไอ้ของเล็กน้อยอย่างนี้ แต่ท่านก็ทำเพื่อหมู่คณะไง

จนหลวงปู่มั่นท่านเห็นน่ะ ผ้าก็ขาด ทุกอย่าง เพราะสมัยนั้นสงครามโลก มีอะไรให้หมู่คณะก่อน จนท่านพูดเลย “มหา สบงน่ะมันจะเห็นหำอยู่แล้วนะน่ะ ปะๆ อยู่นั่นน่ะ” แต่ให้คนอื่นทั้งนั้นน่ะ

นี่บารมีธรรม ถึงเวลาแล้วให้มหาเลือกก่อน ไม่เอา ให้คนอื่นก่อน

แล้วถ้าอยู่อย่างนี้มันนอนใจ มันอยู่ด้วยความสุขสบาย มันอยู่ด้วยว่า เป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะวินิจฉัยผิด มันมีแต่คนไปยุไปแหย่แล้วท่านไม่เอาด้วยเท่านั้นน่ะ

ตีเกราะ เคาะไม้ เคาะให้หัวใจมันตื่นตัวขึ้นมา ถ้ามันตื่นตัวขึ้นมาแล้วนะ ชีวิตนี้มันมาจากไหน แค่จุติมาเกิดในไข่ ในครรภ์ ในน้ำครำ ในโอปปาติกะ แล้วกูจุติมาแล้วมาเกิด เกิดแล้วพ่อแม่เลี้ยงดูมา มีอำนาจวาสนาได้มาบวชเป็นพระ บวชเป็นพระ ศากบุตรพุทธชิโนรส

เกิดจากพ่อจากแม่เป็นสมมุติ เกิดทางโลก มาเกิดทางธรรมๆ เกิดทางธรรมตั้งแต่อุปัชฌาย์ยกเข้าหมู่ อุปัชฌาย์ยกเข้าหมู่ อุปัชฌาย์ตั้งฉายาให้ มีชื่อมีเสียงในพระพุทธศาสนา จารึกไว้ในใบสุทธินั่นน่ะ แล้วจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้มันเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมาได้อย่างไร

ถ้ามันจะฝึกหัดขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา ถ้ามันสุขสงบแล้วนะ ยิ้มๆ ยิ้มๆ นะ มีอะไรเอาไปก่อน เอาเลย ที่เหลือกูค่อยเอา ถ้าไม่เหลือก็ไม่เป็นไร มา เอาเลยๆ ไม่มีการแย่งชิง ไม่มี

แต่ถ้ามันเป็นเปรตเป็นผี มันมี พอมันมีแล้วนะ ถ้ามันไม่ลดความเป็นเปรตเป็นผีลง ยักษ์ เปรต มันกินพุง กินพุงโตไง ปากเท่ารูเข็ม กระเพาะเท่าภูเขา มันกินไม่รู้จักอิ่มจักพอ เพราะมันขาดสติขาดปัญญา มันขาดสติขาดปัญญาว่าอะไรเป็นบุญและบาป อะไรเป็นสิ่งที่ดีงาม แล้วสิ่งที่ดีงามมันเป็นความปรารถนาของสิ่งใด

ต้นไม้ ใส่ปุ๋ยสมบูรณ์พอดีมันสมบูรณ์แบบของมัน มากเกินไปมันก็เค็มตาย น้อยเกินไปมันก็ไม่เติบโต หัวใจมันมีวันพอไหม ที่ทำๆ ไปมันพอไหม มันมีสติปัญญาของมันบ้างหรือไม่

ถ้ามันมีสติปัญญาขึ้นมานะ หยุด พอแล้ว หยุดแล้ว ฉันหยุดแล้ว ฉันไม่ไปตามกิเลสแล้ว ฉันพอ พอ พอ แล้วฝึกหัดปฏิบัติให้เป็นสัมมาสมาธิขึ้นมา ถ้ามันเป็นสัมมาสมาธิขึ้นมา มันไม่ปัจจัตตัง ไม่สันทิฏฐิโกไม่ได้

ในพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก รู้ขึ้นมาเฉพาะใจดวงนั้น หลวงปู่มั่นถึงสอนไง “จิตเป็นอย่างไร จิตเป็นอย่างไร จิตเป็นอย่างไร”

ไม่เคยถามเลย วัดมึงใหญ่อย่างไร วัดมึงมีพระน้อยแค่ไหน มึงมีรถ ๕๐๐ คัน ๕,๐๐๐ คัน ไม่เคยถาม

จิตเป็นอย่างไร อย่างอื่นไม่เกี่ยว

จิตเป็นอย่างไร

จิตคือสัมมาสมาธิ

ที่หลวงปู่มั่นถามนั่นน่ะ “จิตเป็นอย่างไร จิตเป็นอย่างไร” ตอบมา มันมีความสงบสุขแค่ไหน มีสติปัญญาดูแลใจได้มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันดูแลจิตใจได้ มันมีกำลังนะ มึงจะนอนตายอยู่นี่หรือ ทำไมไม่ยกขึ้นสู่วิปัสสนา

ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนา ก็ฝึกหัด ฝึกหัดภาวนามยปัญญาไง ปัญญาในพระพุทธศาสนาไง ถ้าจิตเป็นอย่างไร นั่นมันจุดเริ่มต้นไง

ไอ้นี่ไปไหนมาสามวาสองศอก มีอะไรที่จะกว้านมาเป็นสมบัติของตน แข่งดี ชิงดี ชิงชั่ว ความชั่วนั่นน่ะชอบ ไปกว้านเอามาเป็นสมบัติของตน มีสมบัติ มียศถาบรรดาศักดิ์ มีหน้ามีตา มีลูกศิษย์ลูกหา

ไอ้บ้า

จิตมึงสงบไหม จิตมึงสงบมีความสงบร่มเย็น ครูบาอาจารย์ท่านมีความสุขมาก ท่านพอใจมาก ศากยบุตรพุทธชิโนรส ต้องมีศักดิ์ศรีของความเป็นสมณะ ซื่อตรงต่อศีลต่อธรรม แค่ศีลธรรมนะ

เราอยู่ครูบาอาจารย์ไง “ปาฏิโมกข์มันมีตัวหนังสือ มึงยังท่องไม่ได้ มึงจะภาวนาห่าอะไร”

เท่านั้นแหละ เราสวดเดือนเดียวจบ

แม้แต่ปาฏิโมกข์มันมีตัวหนังสือให้มึงดูอยู่นี่ มึงยังทำไม่ได้ แล้วมึงจะดูแลนามธรรม จิตที่ไม่มีตัวไม่มีตนน่ะ มันไม่มีตัวอักษร มันไม่มีที่หมาย มันถึงต้องกำหนดพุทโธ มันถึงต้องกำหนดอานาปานสติ มันก็เหมือนตัวอักษรที่เราท่องปาฏิโมกข์กันอยู่นี่

ท่องปาฏิโมกข์มันเป็นเรื่องบาทฐาน เป็นเรื่องปกติของพระกรรมฐาน เพราะอะไร เพราะจะเป็นผู้มีคุณธรรมในใจไง

ถ้ามันรู้กฎหมาย ปาฏิโมกข์มันท่องมา ศีล ๒๒๗ แล้วมึงจะทำห่าอะไรพ้นจากนี้ไป เพราะมึงก็รู้ๆ อยู่

ถ้าซื่อสัตย์สุจริต พ้นจากการต้องขอนิสัย พ้นจากนวกะ ถ้าท่องปาฏิโมกข์ได้ แล้วมันต้องท่องปาฏิโมกข์เพราะว่าเป็นพระมันต้องรู้กฎหมาย ต้องรู้ธรรมวินัย

แล้วเวลามันมีตัวอักษร เอ็งยังท่องกันไม่ได้ ยังทำกันไม่ได้ แล้วใจที่มันไม่มีที่หมาย ไม่มีสิ่งใดเลย เอ็งจะรู้จักมันได้อย่างไร

แล้วเราก็ฝึกหัด ต้องกำหนดพุทโธๆๆ ไอ้ที่ไอ้พวกดัดจริตว่า พุทโธก็ไม่ได้ โน่นก็ไม่ได้

มึงเก่งกว่าพระพุทธเจ้าได้อย่างไรวะ ถ้าว่ามึงเก่งจริง มึงก็ไปตั้งศาสนาใหม่ของมึง

นี้มึงก็มาบวชในพระพุทธศาสนา พุทธะ ธัมมะ สังฆะ สิ่งที่เป็นรัตนตรัย แล้วยังกรรมฐาน ๔๐ ห้อง การทำความสงบของใจเข้ามา

มันก็เหมือนเด็กๆ เด็กๆ เราสอนแนวทางให้มันเป็นคนดี

ไอ้โน่นก็ไม่ต้อง ไอ้นี่ก็ไม่ต้อง ให้มันหยิบฉวยของใครได้ตามความพอใจอย่างนั้นดีใช่ไหม มันเป็นไปได้อย่างไร

แต่ถ้ามันเป็นคุณงามความดีของเรา เราฝึกหัดของเรา เราปฏิบัติของเรา

ครูบาอาจารย์ที่ดีเคาะไม้ เคาะกะโหลกศีรษะ เคาะหัวใจของเรา

หลวงปู่มั่นไง “จิตเป็นอย่างไร”

จิตดีหรือไม่ดี จิตเที่ยงตรงหรือจิตโลเล จิตของตนอย่างไร รักษาจิตของตน มันจะเริ่มต้นจากจิตตภาวนา พระกรรมฐานเริ่มต้นจากจิตตภาวนา ไม่ใช่เอาอารมณ์มาโต้แย้งกัน ไม่ใช่เอาปรัชญา เอาตรรกะ แล้วตรรกวิบัติอีกต่างหาก ตรรกะดีๆ มันยังค่อยยังชั่วหน่อย

ตรรกวิบัติ “ไม่ต้องทำไรเลย ว่างๆ ธรรมะมีอยู่โดยดั้งเดิม”

ขี้ลอยน้ำไง เรือไม่มีหางเสือ เรือออกจากท่าไปล่มปากอ่าว ล่มปากอ่าวก็ล่มจากธรรมไง ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ได้แต่ตีฝีปาก แล้วสังคมมันจับต้องไม่ได้ พระปาฏิโมกข์มันมีตัวอักษร มึงยังท่องไม่ได้

ไอ้นี่เหมือนกัน ศีล สมาธิ ปัญญา มีครูบาอาจารย์ที่ถูกต้องชอบธรรม นี่เป็นหลัก เป็นที่ยืนยัน มันก็ตีโวหารไปแต่ความพอใจของมัน แล้วเหยื่อมันเยอะไง โลกมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เวลาฟังธรรมๆ ฟังธรรมไม่เป็นอีก ต้องตั้งสติ ต้องฝึกหัดสมาธิ โอ๋ย! ยุ่งฉิบหายเลย กูไปเป็นขี้ลอยน้ำดีกว่า ไม่ต้องทำอะไรเลย ธรรมะมีอยู่โดยดั้งเดิม มีความสุข มีความสงบ

เดี๋ยวก็ร้องไห้ เดี๋ยวก็ร้องไห้ เพราะถึงที่สุดมึงจะรู้เอง แล้วทุกคนรู้อยู่แก่ใจ แต่เรือไม่มีหางเสือไง ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครไง มันเคว้งคว้างแล้วก็คล้อยตามเขาไปหมดน่ะ

กรรมของสัตว์

พวกบริวารน่ะ ไม่มีสติไม่มีปัญญา เป็นบริวารเขาตลอดไป

แต่ถ้าพระพุทธศาสนา ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนต้องฉลาดขึ้น ตนต้องมีสติปัญญา ตนต้องฝึกหัดเป็น ตนต้องทำสมาธิได้

จิตเป็นอย่างไร

ถ้าจิตเป็นอย่างไร ก็รู้ว่าจิตคนอื่นไม่ได้เหมือนกัน ถ้าจิตเราไม่เป็นอย่างไร เราจะรู้อะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าจิตเราสงบสุขกับจิตคนที่ไม่สงบสุข มันแตกต่างกันแล้ว

เว้นไว้แต่โวหารที่เขามีโวหารแล้วเราตอบเขาไม่ได้ เราก็งงๆ ไง เพราะอะไร เพราะสมาธิเป็นสมาธิ สมาธิไม่ใช่ปัญญา

แต่ถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมานะ อ้าว! มันเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก เป็นสันทิฏฐิโก จิตมันสงบสุข จิตมันผ่องแผ้ว จิตมันมีกำลัง

หลวงปู่มั่นถามว่า “จิตเป็นอย่างไร”

จิตของผมมั่นคงครับ จิตของผมซื่อสัตย์ครับ จิตของผมลงในพระพุทธศาสนาครับ ไม่ถือมงคลตื่นข่าวครับ ไม่เชื่อใครจะชักจูงไปไหนเลยครับ

เออ! ถ้าเป็นอย่างนั้น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่ต้องให้ใครมาชักนำ ชักจูง

การชักจูง ธรรมะ เวลาธรรมเกิดน่ะชักจูง เวลาปฏิบัติไปๆ มันมหัศจรรย์ไง โอ้โฮ! ไปรู้ไปเห็นอะไรมหัศจรรย์ นี่ธรรมะให้เห็น ไม่ใช่มรรค

แต่ถ้าเป็นมรรคนะ จิตสงบแล้ว จิตผมมั่นคงครับ จิตผมมีกำลังครับ

น้อมไปสิ น้อมไปที่กาย พอจิตสงบแล้วน้อมไปที่กาย พอน้อมไปที่กาย ถ้าคนมีวาสนาจิตสงบแล้วนะ มันจะเห็นภาพขึ้นมาเลย แล้วถ้าสมาธิมันไม่ดีนะ ภาพมันจะเคลื่อนไหว ถ้าสมาธิที่มันดี ภาพมันจะนิ่ง แล้วถ้ามันนิ่งแล้วมันขยาย อุคคหนิมิต วิภาคะ

อุคคหนิมิต นิมิตที่เห็น วิภาคะคือขยาย ขยายนั่นคือไตรลักษณ์ ไตรลักษณ์คือการแปรสภาพ การแปรสภาพโดยจิต ไม่มีกาลไม่มีเวลา วับๆๆ เร็วจนเร็วมากเลย แล้วพอมันเห็นน่ะ อึ้งๆๆ เลย ตัวเองเห็นนะ อะไรวะ อะไรวะ

คนไม่เป็นไง คนไม่เคยเห็นเสือ ไปเห็นเสือทีแรกไม่รู้จักว่าเสือนะน่ะ เลยคิดว่าหมา มันจะเข้าไปหาเสือน่ะ

นี่เหมือนกัน เวลามันเห็น เห็นอย่างไร วาสนามากน้อยแค่ไหน แล้วรายงานผลมา ครูบาอาจารย์ที่ผ่านมาท่านจะคอยดูแลรักษา อุคคหนิมิต นิมิตที่ยังเคลื่อนไหว ถ้าเป็นวิภาคะมันพัฒนาของมันขึ้น ความรู้แตกต่างกัน ความเห็นแตกต่างกัน แล้วคุณภาพก็แตกต่างกัน เห็นไหม

เคาะไม้ เคาะหัวใจของตัว เคาะขึ้นมาให้มันตื่นตัว

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา สาธุ มันสำคัญตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ รัตนะ ๒ เทศน์ธัมมจักฯ ขึ้นมา มีพระอัญญาโกณฑัญญะ รัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์สมบูรณ์แบบ มันสำคัญมาตั้งแต่นั่น

แล้วนี่สองพันกว่าปี ลุ่มๆ ดอนๆ นี่ไง ทวารวดีก็จบไปแล้ว ศรีวิชัยก็จบไปแล้ว แต่ละยุคแต่ละคราวในพระพุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก็สูญสิ้นไปหมดแล้ว นี่ไง กึ่งกลางพระพุทธศาสนาไง สยามประเทศไง เป็นประเทศของพระพุทธศาสนาไง

เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มีอำนาจได้บวชเป็นพระ เป็นลูกพระพุทธเจ้านะเว้ย ศากยบุตรพุทธชิโนรสเป็นลูกของพระพุทธเจ้านะเว้ย แต่หัวใจกูทุกข์ฉิบหายเลย พยายามทำหัวใจให้เป็นพุทธะ

ถ้าเราเป็นพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พุทธะท่ามกลางหัวใจของเรา ตื่นตัวขึ้นมานะ เห็นไหม มีความสุขมาก

หลวงปู่มั่นถาม จิตเป็นอย่างไรไง

จิตเป็นพุทธะที่ตื่นแล้ว ตื่นแล้วก็ฝึกหัดยกขึ้นสู่วิปัสสนา เห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง การฝึกหัดปฏิบัติในแนวทางสติปัฏฐาน ๔ ในพระพุทธศาสนา จิตตภาวนา

แต่ในสังคมปัจจุบันนี้ไง อารมณ์ภาวนา ถือมงคลตื่นข่าว กระต่ายตื่นตูม สร้างภาพขึ้นมาแล้วก็เฮกันไปหมด สุดท้ายแล้วบ๋อแบ๋ ต๊ะติ๊งโหน่ง ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง ว่างเปล่า แล้วกูไปไหน หลอกกูมานี่ หลอกกูมาว่าพระพุทธศาสนาจะสิ้นทุกข์ กูก็มาด้วย สุดท้ายแล้วข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันเลย แล้วหลอกกูมา แล้วทิ้งกูไว้นี่ เคว้งคว้างเลย

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ถ้าตนมีอำนาจวาสนา ใครจะดีใครจะชั่วมันเรื่องของเขา เราพยายามทำคุณงามความดีของเราแล้วแสวงหาครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรม ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมะนะ ท่านพร้อมเสมอ ผู้ที่มีสัจจะมีความจริง

ไม่ใช่ผู้ที่ว่าถือมีดไว้ข้างหลัง ๑๐ เล่ม ๒๐ เล่ม ไว้คอยทิ่มคอยแทงคนโน้นคนนี้ ไม่เอา

เอามือขาวสะอาด เอาหัวใจที่ผ่องแผ้ว เอาหัวใจที่ดีงาม แล้วฝึกหัดปฏิบัติของเราขึ้นมา มันอยู่ที่วาสนาของเราไง ต้นทุนเราทำมาอย่างนี้

อย่างเช่น กูนี่ ไม่เคยเสียใจอะไรเลย กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ก็กูทำมาทั้งนั้น ไอ้ที่เขาด่ากันทั่วประเทศไทย ไอ้เขาด่ากันรอบโลก มันเรื่องของเขา

กูทำมา กูทำมาเพื่อพระพุทธศาสนา กูทำมาเพื่อชีวิตของครูบาอาจารย์ที่ท่านจะทำงาน แล้วคนไปเหยียบย่ำ พวกแมงดา ไอ้พวกเพลี้ย ไอ้พวกกระพี้เหลือง มันไปเกาะชายจีวรของครูบาอาจารย์กู กูก็คุ้มครอง กูก็ดูแล คุ้มครอง

กูเป็นขี้ปะติ๋ว ไปคุ้มครองอะไร

ก็ช่วยส่งเสริมไง ช่วยทำจนกระทบกระเทือนหัวใจของคนที่เขาด่ากูทั่วประเทศไทยนี่ไง แต่กูก็ภูมิใจ เกิดมาแล้วไม่เสียชาติเกิด เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ออกบวชเป็นนักรบ แล้วหาครูบาอาจารย์ที่ของจริง ของไม่จริง กูไม่เอา

กูไปอยู่กับของจริงเพราะอะไร เพราะถ้าของจริงท่านเอาไม้หน้าสามฟาดหัวแล้วฟาดหัวอีก มึงผิดๆๆๆ ก็ผิดจริงๆ น่ะ

แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าผิด คิดว่าถูกแล้วเถียง สุดท้ายพอมันผิด ผิดเพราะอะไร ผิดเพราะมันไม่ใช่ มันเป็นอนิจจัง มันยังแปรปรวนของมันอยู่ แล้วมันจะถูกได้อย่างไร แต่ก็กูไม่รู้ กูทำได้แค่นี้ไง ก็โดนไม้หน้าสาม โดนไม้หน้าสาม ก็เลยเป็นกูขึ้นมานี่ไง ภูมิใจ

ไม่เคยเสียใจนะ สิ่งที่ได้ทำๆ ไม่เคยเสียใจเลย เพราะกุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เราทำของเรามาด้วยความเห็นผิด ด้วยกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ครูบาอาจารย์ไม้หน้าสาม ไม้หน้าสามเพื่อตบให้เข้าหนทาง ขอบคุณ เคารพบูชา ขอบคุณมากๆ ถึงได้บอกไง เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา แล้วได้พบครูบาอาจารย์ เรามีครูบาอาจารย์ที่ดีงาม ที่โดนไม้หน้าสามฟาดแล้วฟาดอีก

หลวงตาพระมหาบัวท่านบอก “หลวงปู่มั่นเป่ากระหม่อมเรามา หลวงปู่มั่นเป่ากระหม่อมเรามา”

แต่เราก็ไม่อยากพูดว่า ครูบาอาจารย์ดูแลเรามา ท่านห่วงใย ด้วยสายใย ท่านมาดูแลตลอด เรารู้ เพราะใจมันถึงใจ

ใจของคนที่ดีคิดแต่สิ่งที่ดีๆ คลื่นที่ดีๆ มันเข้ากัน ใจของคนที่เลวทราม คลื่นมันคนละคลื่น คลื่นมันกวน คลื่นมันกวนกัน

แต่ถ้ามันเป็นธรรมนะ คลื่นมันตรงกัน ใจถึงใจ ใจสู่ใจ ท่านห่วงท่านใย เรารู้ พ่อแม่คนใดไม่รักลูกของตัว พ่อแม่คนใดไม่รู้ได้อย่างไรว่าลูกของตัวนิสัยอย่างไร ลูกของเราแต่ละคนนิสัยเกเร นิสัยดีงาม พ่อแม่รู้ทั้งนั้น

ฉะนั้น เวลาที่ท่านห่วงใย เรารู้และเราเข้าใจ แต่เราก็ทำ ทำโดยสุดความสามารถของคนคนหนึ่งที่จะทำได้ คนคนหนึ่งมีความสามารถแบบนี้ เหมือนทางโลก ใครเป็นผู้ที่มีเศรษฐกิจดี เขาก็มีกำลังมาก เขาก็ทำประโยชน์ได้มาก คนที่มีกำลังน้อย เศรษฐกิจเขาน้อย เขาก็ทำได้น้อย

ไอ้นี่ก็เหมือนกัน เรามีสติปัญญามากน้อยแค่ไหน เราก็ทำของเราว่า “เราซื่อสัตย์สุจริตกับอาจารย์ของตน” ทำเต็มที่เลย จนเขาหมายหัว เขาหมายหัวกันเยอะมาก แต่จบแล้ว เพราะชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด

รุ่นของเรา ๗๐–๘๐ มันใกล้ฝั่งกันเหมือนทั้งนั้นแหละ ๗๐–๘๐–๙๐ แล้วมันก็จะตายแล้ว ถ้ามันใกล้จะตายแล้ว ใครจะทำอะไรมันก็เรื่องของเขาแล้ว ตอนนี้ไม้ใกล้ฝั่งทั้งนั้น

นี่พูดถึงว่า เคาะไม้

หลวงตาท่านเคาะประจำ ป๊อกๆๆ เคาะป๊อกๆๆ วิ่งเลย

เคาะไม้ เคาะให้เรามีสติ เคาะให้เรามีปัญญา เคาะให้เราสู้กับกิเลสในใจของตัว อย่าไปวุ่นวายกับคนอื่น คนอื่นเป็นสังฆะ เป็นหมู่ เป็นคณะ เป็นที่อยู่ร่วมกัน แต่หน้าที่ของแต่ละบุคคล ใจของตัว ใจของตัว เอาใจของตัวไว้ในอำนาจของตัว

จิตเป็นอย่างไร จิตเป็นสัมมาสมาธิ จิตตั้งมั่น จิตมีกำลัง แล้วจิตตภาวนา จิตนั้นยกขึ้นสู่วิปัสสนา ฝึกหัดตนให้ตนเป็นคนดี ให้สมการได้เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ขอให้ใจเราสำคัญด้วย เอวัง